Posted in

เบื้องหลังความสำเร็จของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา ที่หลายคนอยากรู้

พลังอะไรอยู่เบื้องหลังการดึงสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาจากสามัญชนสู่พระราชินีกลายเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ

บุญอะไรทรงให้หญิงสามัญได้เป็นพระราชินี ของแคว้นโกศลศึกษาจากเรื่องของพระนาง มัลลิกาชีวิตคนพลิกผันได้เสมอบางคนพลิก ผันไปในทางร้ายบางคนพลิกผันไปในทางดีแต่ บางคนพลิกพันไปในทางดีหรือร้ายอย่างสะรัน ชนิดที่เรียกว่าพลิกฝ่ามือลองศึกษาเรื่อง ที่จะเล่าต่อไปนี้ดูพระเจ้าปเสนทิโกศล ราชาแห่งแคว้นโกศลมีพระมเหสีเด่นอยู่พระ องค์หนึ่งคือพระนางมัลลิกาทรงมีชื่อเสียง ดังมากและเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญ ำคัญหลายเหตุการณ์เช่นคราวหนึ่งพระเจ้า ปเสนทิโกศลทรงฝันร้ายน่ากลัวหหนหลวงจึง กราบทูลให้แก้ฝันด้วยการให้ประกอบพิธี บูชามหายันซึ่งต้อง่าคนและสัตใจเป็น

เครื่องเซนสังเวยอย่างละ 500 เช่นแพะแกะสุกรวัวควายและคนต้องจับมาฆ่า ให้ได้ชนิละ 500 จึงเกิดเป็นมหกรรมไล่ล่า ชีวิตเป็นการใหญ่เลยทำให้เมืองสาวิถีที่ เคยสงบสุขกลับกลหุน่ากลัวเหมือนนรกทั้งคน ทั้งสัตว์ต่างตกใจและกลัวตายจึงส่งเสียง ร้องเสียงดังอึ่งมี่สำหรับคนเมื่อถูกจับ ตัวไปก็ร้องไห้คร่ำครวญฟังดูหหยหวนหน้า เวทนาเดือดร้อนถึงพระนางมัลลิกาทรงฟัง เสียงอื้ออึงนั้นแล้วพระนางก็ตัดสอบถามจน ได้ความว่ามาจากการที่พระสวามีฝันร้าย เป็นเหตุจึงทรงสงสารพวกสัตว์และคนที่จะ ถูกฆ่าและเมื่อทรงเห็นว่าเป็นความจำเป็น ที่จะต้องเข้าไปช่วยแก้ไขสถานการณ์พระนาง

จึงเสด็จไปต่อว่าพระ สวามีมหาราชทำไมพระพระองค์ถึงทรงทำอะไร แบบไม่ฉลาดอย่างนี้พระพุทธเจ้ายังอยู่ ทั้งองค์ทำไมไม่เสด็จเข้าไปถามมแต่ทรง เชื่อแต่โหรหลวงผู้บ่าวปัญญาอยู่ได้พระ เจ้าปเสนทิโกศลพระสวามีทรงยอมทำตามที่พระ นางเสนอจึงเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ที่วัดเชตวันแล้ว เล่าความฝันถวายหลังจากทรงฟังเรื่องที่ พระเจ้าปเสนทิโกศลเล่าถวายแล้วพระ พุทธเจ้าก็แสดงธรรมโปรดผลออกมาก็คือพระ ราชาสั่งยกเลิกทำพิธีบูชามหายันแบบสังเวย ด้วยชีวิตคนและสัตว์สรุปได้ว่าทั้งคนทั้ง สัตว์หลายพันชีวิตรอดพ้นจากการถูกฆ่าบูชา

มหายันก็เพราะพระปัญญาของพระนางมัลลิกา พระราชินีที่มีความฉลาดพระองค์หนึ่งใน ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ปัญญาของพระนาง เป็นประเภทสชาติปัญญาปัญญาที่มีติดตัวมา ตั้งแต่เกิดฝรั่งเรียกปัญญาประเภทนี้ว่า Inn Wisdom หรือ inborn Wisdom เพื่อ ยืนยันเรื่องนี้ขอนำเรื่องของพระนางจาก คัมภีร์ที่พระพุทธโฆสะเล่าไว้มาเล่า ต่อพระนางมัลลิกาว่าโดยชัตกำเนิดแล้วเป็น ลูกสามัญครอบครัวยากจนพ่อแม่มีอาชีพเก็บ ดอกไม้ มาทำพวงมาลัยขายทุกวันจะพากันไปที่สวนดอก ไม้ของหลวงเพื่อเก็บดอกไม้มาทำพวงมาลัย ขายรายได้จากการนี้ทำให้พอมีรายได้เลียง ครอบครัวไปในแต่ละวันวันหนึ่งขณะที่ 3

พ่อแม่ลูกงวนอยู่กับการเก็บดอกไม้ก็มีชาย หนุ่มร่างงามคนหนึ่งขี่ม้าเข้ามาในสวนท่า ทางอีโกยอ่อนล้าเหมือนเดินทางมาไกลและ กำลังต้องการความช่วยเหลือบางเรื่องอยู่ มัลลิกาเห็นดังนั้นจึงเข้าไปทักทายเมื่อ ทราบว่าเขาต้องการน้ำดื่มจึงแบ่งน้ำดื่ม ที่มีติดตัวมาให้แต่ก่อนให้ดื่มเธอคิดได้ ว่าชายคนนี้กำลังกระหายน้ำธรรมดาคนกระหาย น้ำเมื่อได้น้ำจะรีบดื่มอึกๆเลยการรีบ ร้อนดื่มอาจทำให้เขาสำลักได้แล้วจึงเอา ดอกไม้ใส่ลงไปทำให้ชายหนุ่มต้องดื่มอย่าง ระมัดระวังจะรีบดื่มตามที่อยากดื่มไม่ได้ เขาต้องค่อยๆเป่าแหวกดอกไม้ออกไปก่อนจึง ดื่มได้ประหลาดจริงฉันหิวน้ำอยากดื่มเต็ม

แก่แต่เธอกลับทำให้ฉันต้องชะงักทำไมเธอ ถึงทำอย่างนั้นชายหนุ่มถามหลังจากวางขัน ลงนายท่านมัลลิกาเอ่ยต่อคนดื่มน้ำเพราะ ความหิวกระหายทำให้สำลักได้และอาจเป็น อันตรายถึงชีวิตเพื่อให้ท่านปลอดภัยฉัน จึงต้องใส่ดอกไม้มากันไว้อย่างนั้นหรือ ชายหนุ่มอุทานพร้อมทั้งประทับใจในความ ฉลาดของหญิงสาวแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อได้ แต่ยิ้มขอบใจและควบม้าจากไปวันรุ่งขึ้นส พ่อแม่ลูกตกใจเพราะมีคนมาแจ้งให้ทราบว่า พระเจ้าประเซนที่โกศลมีพระราชโองการให้มา เชิญตัวลูกสาวเข้าไปในวังและยิ่งงงมาก ขึ้นเมื่อคนที่มาแจ้งว่าพระราชาให้มาขอ ลูกสาวไปเป็นพระราชินีเรื่องเป็นจริง

อย่างว่าเมื่อเจ้าหน้าที่เชิญตัวมัลลิกา เข้าไปในวังแล้วครู่เดียวชายหนุ่มรูปงาม ที่พบเมื่อวานก็ปรากฏกายต่อหน้าเธอเขาคือ พระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาหนุ่มแห่งแคว้นโกศลขณะเผชิญหน้า กันมัลลิกาแม้จะตื่นเต้นหวั่นไหวแต่ก็ ตั้งสติข่มความรู้สึกพร้อมฟังพระราชาตรัส เล่าถึงความประทับใจของพระองค์ที่มีต่อ นางสุดท้ายเธอได้ยินพระองค์ตรัสบทว่า เพราะเหตุนี้จึงอยากได้นางมาเป็นพระ อัครมเหสีคู่ราชบัลลังก์มัลลิกาหญิง สามัญชนชั้นต่ำสุดสามารถปรับตัวได้ดีหลัง จากครองตำแหน่งพระระราชินีได้ไม่นานก็ สามารถครองพระทัยพระสวามีได้เหนือพระ มเหสีพระองค์อื่นพระราชาทรงไว้วางพระ

ราชหฤทัยให้พระนางว่าวราชกิจเคียงคู่กับ พระองค์และโปรดเกล้าให้เป็นพระอครมเหสี พระมเหสีผู้เป็นเลิศกว่าพระมเหสีพระองค์ ใดนี่แหละคือที่มาที่ไปของพระนางมัลลิกา ผู้มีชีวิตพลิกผันแบบพลิกฝ่ามือชั่วเวลา แค่ข้ามคืนแต่ท่านผู้ฟังหลายท่านทราบ เรื่องนี้แล้วอาจคิดว่าเป็นดราม่าและ หัวเราะพร้อมทั้งอุทานว่าอะไรกันแค่น้ำ ดื่มขันเดียวเปลี่ยนชีวิตหญิงยากจนได้ถึง ขนาดนี้หรือบุญอะไรแค่ดูตามเรื่อง เราก็ว่าน่าหัวเราะหรอกหากเราไม่คิดถึง เรื่องบุญฤทธิ์หรือฤทธิ์ของบุญหรือแม้คิด แล้วก็ยังอดหัวเราะไม่ได้เพราะว่าบุญที่ พระนางทำในชาตินี้ก่อนได้เป็นพระราชินีมี

เพียงนิดเดียวและครั้งเดียว คือเช้าวันนั้นขณะเดินถือขนมที่ซื้อมาจะ เอาไปกินเองที่สวนหลวงสาวขายพวงมาลัยคน นี้ได้พบพระพุทธเจ้าออกบิณฑบาทจึงเกิด ศรัทธาเอาขนมใส่บาตรพระพุทธเจ้าก็ทรงรับ และเสวยแล้ววันนั้นเองตอนบ่ายแก่ๆเธอก็ ได้พบพระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชาหนุ่มผู้ เข้ามาพลิกชีวิตของเธอสติปัญญาแบบเราๆยาก เหลือเกินที่จะให้ยอมรับว่าการทำบุญเพียง แค่นั้น จะส่งผลไปไกลขนาดนั้นแต่ถ้ามองอีกมุม หนึ่งตามหลักปฏิจจสมุปบาทที่ว่าเมื่อสิ่ง นี้มีสิ่งนี้จึงมีอิมัสมิงสติอิทังโหติก็ พอจะได้คำตอบว่าเป็นไปได้ที่บุญครั้งนี้ เป็นตัวเชื่อมโยงหรือเปิดทางบุญเก่าที่ทำ

ไว้ในชาติก่อนๆให้พ้นว่ากันตามหลักคำสอน ในพระพุทธศาสนาแล้วตำแหน่งพระราชินีที่ ทรงได้มานี้น่าจะไม่ใช่ผลบุญแค่ถวายขนม แด่พระพุทธเจ้าในชาตินี้เท่านั้นพระนาง น่าจะได้สร้างบุญเพื่อการได้ยศศักดิ์ อย่างนี้มาแต่อดีตชาติแล้วหลายต่อหลาย ชาติแม้ในการมาเกิดในชาตินี้กรรมใกล้ตาย จากชาติที่แล้วส่งผลให้มาเกิดในครอบครัว ระดับล่างแต่ว่าบุญเก่าสำคัญสำคัญที่ทำ ไว้พร้อมแล้วก็ได้แรงกระตุ้นจากบุญให ที่ถวายขนมเป็นภัตตาหารแด่พระผู้รับองค์ สำคัญคือพระพุทธเจ้าก็ได้โอกาสพร้อมกัน หลั่งไหลให้ผลแบบพลิกชีวิตอย่างคาดไม่ถึง นอกจากได้ทรงทำบุญสำคัญำคัญมาแล้วพระนาง

อาจจะได้เคยเกิดเป็นหญิงสูงศักดิ์มาแล้ว หลายต่อหลายชาติและอาจได้เคยใช้ชีวิตร่วม กับพระเจ้าเปอเซ็นที่โกศลและทำให้พระองค์ ประทับพระราชหฤทัยมาแล้วหลายต่อหลายชาติ เช่นกันความประทับใจในอดีตชาติยังฝังใจมิ ฉะนั้นแล้วพระองค์คงไม่เกิดรักแรบพพในพระ นางอย่างแน่นอนทั้งๆที่พระนางอยู่ในเรือน ร่างที่ส่อมซ่อเชื่อว่าตามหลักอภิธรรม แล้วรักแรกพภพนี้ถือเป็นรักแบบ อสังขะที่ไม่ต้องมีใครหรืออะไรมาชักจูง ให้ต้องคิดนานนอกจากบุญที่ทั้งสได้เคย สร้างร่วมกันมาชักนำมาพบปักพูดคุยเลยถูก ใจอย่างที่เรียกกันว่า บุพเพสันนิวาสคือการได้อยู่ด้วยกันมาแต่

ชาติปางกรเพื่อสนับสนุนคำอธิบายเมื่อสัก ครู่อยากให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าความ คุ้นเคยมาแต่อดีตชาตินี้ทำให้พระนางปรับ ตัวได้ไวและได้ดีกับสถานะใหม่ไม่อย่าง นั้นแล้วคงจะเก้ๆกังๆอยู่นานจิงหากจะพูด ถึงชาติปัจจุบันด้วยแล้วยิ่งไม่มีเหตุ ปัจจัยให้พระนางได้เรียนรู้และปรับตัวได้ ไวขนาดนั้นแน่เนื่องจากประสบการณ์รอบตัว มีแต่เข้าสวนหาเก็บดอกไม้ไม่ได้เคยคุ้น เคยกับชาวังแม้แต่น้อยดูเอาเถอะฤทธิ์ของ บุญแม้ทำครั้งเดียวแต่เป็นบุญสำคัญก็อาจ ไปเชื่อมโยงกับบุญเก่าได้แล้วแพลงฤทธิ์ ให้ออกมาอย่างน่า อัศจรรย์ พระราชประวัติสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดา

พัชรสุธาพิมลลักษณ์พระ บรมราชินีสมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาเสด็จพระ ราชสมภพณหาดใหญ่จังหวัดสงขลาพลเอกหญิง สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์พระ บรมราชินีเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนปีพุทธศักราช 2521 ณตำบลบ้านพรุอำเภอหาดใหญ่จังหวัด สงขลามีพระนามเดิมว่าสุธิดาติดใจครอบครัว ของพระองค์เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนทรงเข้า เรียนระดับ มัธยมศึกษาที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย สมบูรณ์กุลกัญญาจากนั้นจึงทงเข้าศึกษา หลักสูตรนิเทศศาสตร์บัณฑิตณคณะ นิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยอัสัมชันจนจบการ ศึกษาเมื่อปีพุทศักราช 2500 เดิมทรงเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วในช่วงเวลานั้น พระองค์ทรงเข้าเป็นพนักงานต้อนรับบน เครื่องบินบริษัทเจเวลจำกัดเมื่อปี พุทธศักราช 2543 ถึงปีพุธศักราช 2546 และทรงเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่อง บินบริษัทการบินไทยจำกัดมหาชนเมื่อปี พุทศักราช 2546 ถึงปีพุทธศักราช 2551 ทรงใช้ชีวิตแบบสามัญชนทั่วไปเริ่ม เข้ารับราชการตำแหน่งพลเอกหญิงต่อมาทรง เข้ารับราชการทหารในหน่วยบัญชาการถวาย ความปลอดภัยรักษาพระองค์ทรงดำรงตำแหน่ง สูงสุดเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ ถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อัตราพลเอก พิเศษทั้งอย่างทรงได้รับพระ มหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระ

วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระ อิสริยยศสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูรให้ทรง ดำรงตำแหน่งเป็นราชองครักษ์เวรในพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระ องค์การปฏิบัติหน้าที่ในราชการทหารย้อน กลับไปในวันที่ 7 ธันวาคมปีพุทศักราช 2557 สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดา ในเวลานั้นคือพลเอกหญิงสุธิดา วชิราลงกรณ์ได้โดดเสด็จพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จ พระ บรมโอรสาธิราชยามกราชกุมารในพิธีพระ ราชทานธงชัยเฉลิมพลวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ปีพุทศักราช 2559 ได้ตามเสด็จในพิธีสังเวยพระป้ายใน เทศกาลตรุษจีนณพระที่นั่งอัมพรสถานและ

ปรากฏตัวอีกครั้งในวันประสูติพระเจ้าหลาน เธอพระองค์เจ้าทีมังกรรัศมีโชติในปีเดียว กันต่อมาในวันที่ 18 สิงหาคมปีพุทศักราช 2559 ทางกองพระราชพิธีสำนักพระราชวังได้ เผยแพร่รายงานการเสด็จพระราชดำเนินที่พระ องค์ได้ตามเสด็จพระเจ้าหลานเธอพระองค์ เจ้าทีปังกรรัศมีโชติไปทอดพระเนตรพระ ราชวังบางปะอินทร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพลเอกหญิงสุธิดา วชิราลงกรณ์ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศ เพิ่มเติมเป็นวชิราลงกรณ์ณอยุธยามีหมาย กำหนดการระบุตชื่อสกุลดังกล่าวมาตั้งแต่ เดือนมิถุนายนปีเดียวกันวันที่ 14 ตุลาคม ปีพุทศักราช 2559 โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่

หัวขณะที่ยังทรงเป็นสยามกุฎราชกุมาร พร้อมพระพระบรมวงศานุวงศ์ในพระราชพิธี ถวายน้ำสงฆ์พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรต่อมาในวันที่ 11 พฤศจิกายนปีพุทศักราช 2559 พระองค์ทรงนำทำการแสดงทางทหาร ประกอบดนตรีราชวัลลภเรืองระบำในงานวัน ราชวัลลภได้อย่างสง่างามและเข้มแข็งใน ฐานะผู้บังคับการกองผสม วันที่ 13 ตุลาคมปีพุทธศักราช 2560 มีพระ ราชโองการโปรดกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน เครื่องราชยอิสริยาภรณ์ปฐมจตุรจอมเกล้า ฝ่ายในให้แก่พลเอกหญิงสุธิดา วชิราลงกรณ์ณอยุธยาอีกทั้งได้รับพระ ราชทานพระอิสริยยศเพิ่มเติมเป็นท่านผู้

หญิงสุธิดา วชิราลงกรณ์ณ อยุธยาสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินีสุธิดา 1 พฤษภาคมปี 2562 วันที่ 1 พฤษภาคมพุทธศักราช 2562 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับพระบาทสมเด็จพระวัฒิเกล้าเจ้าอยู่หัวณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิตจึงทรง ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี สุธิดาทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงต่อมาในการพระ ราชพิธี บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาเฉลิมพระ เกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุธิดาขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมราชินีทรงพระนามว่าสมเด็จพระ

นางเจ้าสุธิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์พระ บรมราชินี สมเด็จพระราชินีองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ จักรีหากไล่เรียงรายพระนามสมเด็จพระ บรมราชินีแห่งราชวงศ์จักรีไทยพบว่าสมเด็จ พระนางเจ้าสุธิดาพัชร สุทธาภาพระ บรมราชินีทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมราชินีองค์ที่ 7 แห่ง ราชวงศ์จักรีโดยมีไกลพระนามสมเด็จพระ ราชินีทั้งหมดได้แก่ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระศรีสุริเยนทรา บรมราชินีในรัชกาลที่ 2 สมเด็จพระเทพ สิรินทรา บรมราชินีในรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระนางเจ้า อินทรศักดิ์สจีพระบรมราชินีในรัชกาลที่ 6 สมเด็จพระนางเจ้า

รำไพพรรณีพระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 สมเด็จพระพระนางเจ้าสิริเกศพระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์พระบรมราชินีในรัชกาล ที่ 10 หมายเหตุผู้ที่ได้รับการสถาปนาพระ อิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชินีคือพระ อัครมเหสีในพระมหากษัตริย์ยังไม่ผ่านพระ ราชพิธี บรมราชาภิเษกและหากพระมหากษัตริย์ทรงผ่าน พระชพิธีบรมราชาภิเษกแล้วก็สามารถสถาปนา เฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีขึ้น เป็นสมเด็จพระบรมราชินีได้ทรงเป็นผู้ บังคับบัญชาหน่วยราชการในพระองค์พระบาท สมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระ บรมราชโองการโปรดก้าโปรดกระหม่อมการ

บังคับบัญชาหน่วยราชการในพระองค์ข้า ราชการและข้าราชบริพารในกรมกิจกรรมในพระ บรมวงศานุวงศ์ขึ้นตรงกับสมเด็จพระนางเจ้า สุธิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์พระ บรมราชินีตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนปี พุทศักราช 2562 เป็นต้นไปโดยพระองค์เป็นผู้บังคับ บัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการดังนี้ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิตพระ บรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงกอง ราชสำนัก พระนางเจ้าศิริเกษพระ บรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงกอง ศิลปชีพสถาบันสิริกิติ์มลนิธิส่งเสริม ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระ บรมราชินีนาถนางสนองพระโอและขุนข้าหลวงใน

พระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระ บรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปี หลวงพระราชกรณียกิจด้านอื่นๆวันที่ 1 สิงหาคมปีพุทธศักราช 2562 สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาพระ บรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินเปิดงานวัน สตรีไทยประจำปี 2562 ณศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพคเมืองทองธานีเป็นพระราชกรณีเกียรติ ด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรกภายหลังการ สถาปนาและทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งความ ว่าจะสืบาพระราชปณิธานของสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์พระ บรมราชินีนาพระบรมราชชนนีพันปี หลวงวันที่ 28 สิงหาคมปีพุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่ หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้ง

สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์พระ บรมราชินีเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาครงการ อนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาค ตะวันออกและเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

//omg10.com/4/7234838