เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ก.ย. 2569 ร.ต.ท.เชษฐญาณิน เนียมเกราะเพชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในบ้านร้าง ใกล้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงรายงาน พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ มีศรี ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลพุทธโสธร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ร่วมตรวจสอบ
จุดเกิดเหตุเป็นบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ภายในซอยด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดฉะเชิงเทรา ถนนฉะเชิงเทรา-บางปะกง ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา สภาพบ้านถูกปล่อยทิ้งร้าง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ รวมถึงรากต้นโพธิ์เลื้อยปกคลุมประตูรั้วเหล็ก ขณะที่บริเวณทางเดินเข้าบ้านเต็มไปด้วยกิ่งไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ต้องเดินฝ่าต้นไม้เข้าไปประมาณ 15 เมตร จึงพบตัวบ้าน
บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ด้านข้างตัวบ้านเป็นโรงจอดรถ พบอุปกรณ์และเครื่องมือช่างวางอยู่ด้านนอกหลายรายการ ส่วนภายในโรงรถพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า โคโรนา สีเทาดำ ทะเบียนฉะเชิงเทรา จอดอยู่ในสภาพถูกถอดชิ้นส่วนทั้งด้านหน้าและด้านท้าย รวมถึงล้อรถถูกถอดออกไปแล้ว
จากการตรวจสอบพบว่า หน้าต่างบ้านบานหนึ่งถูกงัดจนเปิดออก โดยเป็นหน้าต่างห้องนอนของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบว่าห้องโถงชั้นล่างมีร่องรอยถูกรื้อค้น ข้าวของถูกทิ้งกระจัดกระจาย
ส่วนห้องนอนที่อยู่ติดกับโรงรถ ซึ่งเป็นห้องที่หน้าต่างถูกเปิดทิ้งไว้ ภายในมีน้ำฝนขังอยู่จำนวนมาก และบริเวณด้านข้างห้องพบโครงกระดูกมนุษย์ โดยชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะกระจัดกระจายออกจากชิ้นส่วนกระดูกส่วนอื่นๆ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเก็บชิ้นส่วนโครงกระดูกทั้งหมดออกมาให้แพทย์ตรวจสอบบริเวณภายนอกบ้าน ก่อนทราบต่อมาว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ไพรินทร์ เจริญพงษ์ อายุ 70 ปี อดีตข้าราชการครู สอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ จ.ฉะเชิงเทรา
หลังแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา นำโครงกระดูกของผู้เสียชีวิตส่งไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเก็บรักษาและดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป
ด้าน นายทินกร เฉยสวัสดิ์ อายุ 28 ปี หรือ “ช่างโน้ต” ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ในบริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเองมาอยู่บริเวณนี้ประมาณ 3-4 ปี และมักขี่รถผ่านบ้านหลังดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นบ้านร้างมาโดยตลอด ไม่เคยเห็นผู้คนเข้าออก
กระทั่งช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เข้ามาขโมยของภายในบ้าน โดยผู้ต้องสงสัยได้วิ่งหลบหนีออกมาจากบ้าน ก่อนที่ตำรวจจะเข้าควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งคาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นข้อมูลที่ทำให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบบ้าน และพบโครงกระดูกในที่สุด
ขณะที่ นางชง อุ่นเจริญ อายุ 92 ปี เพื่อนบ้านของ น.ส.ไพรินทร์ เปิดเผยว่า น.ส.ไพรินทร์ เป็นอดีตข้าราชการครู และออกจากราชการก่อนเกษียณประมาณ 2-3 ปี โดยปกติอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ไม่มีญาติพี่น้องอยู่ด้วย
นางชง ระบุว่า ตนเองไม่ได้พบเห็น น.ส.ไพรินทร์ มานานกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเคยคิดว่า น.ส.ไพรินทร์ อาจย้ายไปอยู่กับลูกหลานที่จังหวัดอื่น เนื่องจากเมื่อก่อนซอยดังกล่าวเป็นซอยตัน หาก น.ส.ไพรินทร์ ขับรถเข้าออก จะต้องผ่านหน้าบ้านของตน แต่ก็ไม่พบเห็นมานานหลายปีแล้ว
ที่ผ่านมาไม่เคยได้กลิ่นหรือพบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด กระทั่งวันนี้เห็นรถตำรวจและรถกู้ภัยเข้ามาที่บ้าน จึงทราบว่าพบโครงกระดูกอยู่ภายใน และรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก