กรมอุตุฯ ประกาศแล้ว! 12-18 มี.ค. เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน ฝนตกหนัก เปิดพื้นที่ตั้งรับ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 12 – 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 ในช่วงวันที่ 12 – 18 มี.ค. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน

ประกอบกับในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 12 – 14 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15 – 18 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

[video_player file="https://mnewsl.com/wp-content/uploads/2026/03/Czy-masz-platki-owsiane-i-banana_-Schudnij-2-kg-zlych-tluszczy-Oczysc-jelita.-Zdrowy-deser.mp4"]

ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค 12 – 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบน อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตะวันตก อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30- 35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 12 – 14 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ในช่วงวันที่ 15 – 18 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ตลอดช่วง ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *