หมอเตือน 3 อาหารเช้ายอดฮิต ทำร้ายร่างกายไม่รู้ตัว

จากเว็บต่างประเทส ได้เผยว่า นพ.เซียว เจี๋ยเจี้ยน (Xiao Jiejian) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนัก ได้ออกมาไขคำตอบเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ร่างกายของคนเราตอบสนองต่อไข่ไม่เหมือนกัน!

คุณหมออธิบายว่า จากงานวิจัยเราสามารถแบ่งคนออกเป็น 2 ประเภท ตามการตอบสนองของระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ดังนี้:

1.กลุ่มผู้ถูกเลือก (The Insensitive Group): มีประมาณ 2 ใน 3 ของประชากร

-คนกลุ่มนี้คือ “ลูกรักพระเจ้า” โดยแท้ เพราะตับทำงานได้ยอดเยี่ยมระดับโรงงานผลิตชิปเกรด A

-เมื่อกินไข่แดงเข้าไป ตับจะปรับสมดุลให้อัตโนมัติ ต่อให้ไปกินบุฟเฟต์ซัดไข่ออนเซ็นเข้าไป 10 ฟอง พอไปเจาะเลือดดู ค่าไขมันเลว (LDL) ก็ยังสวยเป๊ะเหมือนเดิม

2.กลุ่มอ่อนไหว (The Sensitive Group): มีประมาณ 1 ใน 3 ของประชากร

-คนกลุ่มนี้ร่างกายจะดูดซึมคอเลสเตอรอลเก่งมาก แถมตับก็ยังผลิตคอเลสเตอรอลออกมาไม่หยุด

-อ้างอิงงานวิจัยจากวารสารการแพทย์ JAMA ที่ติดตามผลกลุ่มตัวอย่าง 30,000 คน นานกว่า 17 ปี พบว่า คนกลุ่มนี้ยิ่งกินไข่เยอะ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงอัตราการเสียชีวิตจะยิ่งสูงขึ้น (ซึ่งคนกลุ่มนี้แหละที่ดึงค่าเฉลี่ยความเสี่ยงของคนทั่วไปให้สูงตาม)

คุณหมอเซียว แนะนำวิธีทดสอบง่ายๆ (แต่ต้องเจ็บตัวนิดนึง) ดังนี้:

1.ไปเจาะเลือดตรวจดูค่าไขมันเลว (LDL) ตั้งต้นก่อน แล้วจดจำค่าไว้

2.ลองกินไข่วันละ 3 ฟอง (หรือมากกว่า) ติดต่อกันทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือน

3.กลับไปเจาะเลือดซ้ำอีกครั้ง

-ผลลัพธ์: ถ้าค่า LDL นิ่งสนิท แปลว่าคุณคือ “ผู้ถูกเลือก” (2 ใน 3) กินต่อไปได้เลย

-แต่ถ้า…: ค่า LDL พุ่งปรี๊ด (เช่น จาก 110 ดีดไป 140) แสดงว่าคุณคือ “กลุ่มอ่อนไหว” (1 ใน 3)

ด้านนักโภชนาการ หลิน ซื่อหาง เสริมว่า สำหรับคนทั่วไปที่สุขภาพดี “ไข่” คือแหล่งโปรตีนชั้นยอด แต่ก็ไม่ควรทานอาหารซ้ำเดิมๆ ควรกระจายความเสี่ยงด้วยการทานโปรตีนให้หลากหลาย ส่วนใครที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง หรือเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ควรระวังเรื่อง “ไขมันอิ่มตัว” เป็นพิเศษ แนะนำให้ทานสลับกับ ถั่ว ธัญพืช หรือเนื้อสัตว์สีขาว (เช่น ปลา, ไก่) โดยยึดหลักโภชนาการ “ถั่ว-ปลา-ไข่-เนื้อสัตว์” ในปริมาณ 1 ฝ่ามือ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *